การใช้เศษวัสดุเหลือใช้ของข้าวโพดฝักอ่อนและข้าวโพดหวานเป็นอาหารสัตว์
H O M E
  ............
  ......จากข้อมูลของกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์พบว่า ประเทศไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์จากข้าวโพดฝักอ่อน และข้าวโพดหวาน ในรูปข้าวโพดอ่อนสด ข้าวโพดอ่อนกระป๋อง ข้าวโพดหวานแช่แข็ง และข้าวโพดหวานกระป๋อง โดยในปี พ.ศ.2536 มีการส่งออกประมาณ 36,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 840 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นมาเป็น 82,000 ตัน มูลค่า 2,100 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2540

......จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นนี้ จึงต้องมีการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน และข้าวโพดหวานเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้พอเพียงต่อการนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีผลทำให้มีเศษวัสดุเหลือจากข้าวโพด เช่น ต้นเปลือกฝักไหม และซังเหลืออยู่มาก ซึ่งเศษวัสดุฯเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในรูปเป็นอาหารสัตว์ได้
 
ต้นข้าวโพด
ข้ า ว โ พ ด ฝั ก อ่ อ น (Baby corn)
      ปลูกกันมากในเกือบทุกภาคของประเทศ ภาคเหนือ จะปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย นครราชสีมา และภาคกลาง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี ระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 40-45 วัน ปลูกได้ดีในช่วงฤดูฝน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ในเขตชลประทานสามารถปลูกได้ตลอดปี (4 ครั้ง/ปี) ดังนั้น เศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน เช่น ต้นข้าวโพด เปลือกฝักข้าวโพด และไหม จึงมีมากในเกือบทุกภาคของประเทศ และเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเขตชลประทาน
ข้าวโพดฝักอ่อนจะถูกเก็บเกี่ยวในขณะที่ต้นยังมีสีเขียว (อายุ 40-45 วัน) คุณค่าทางอาหารของต้นข้าวโพดฝักอ่อน จึงสูงมีโปรตีนอยู่ในช่วง 8.5-9.7% เยื่อใยหยาบ 26-27% ส่วนเปลือกฝัก และไหม ที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการทำข้าวโพดอ่อนกระป๋อง และข้าวโพดอ่อนสด จะมีปริมาณมาก สภาพของเปลือก และไหมจะยังคงมีสีเขียว ลักษณะอ่อนนุ่ม รสหวาน สัตว์ชอบกิน มีคุณค่าทางอาหารสัตว์ดี โปรตีนอยู่ในช่วง 12.6-17.0% เยื่อใยหยาบ 9.5-21.0% ต้นเปลือก และไหมของข้าวโพดฝักอ่อน เกษตรกรสามารถนำไปใช้เลี้ยงโคนมแทนหญ้าสดได้ดี ทำให้โคให้ผลผลิตน้ำนมมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงโคนมด้วยฟางข้าว หรือหญ้าธรรมชาติ เปลือกฝักข้าวโพดอ่อน นอกจากนำมาใช้เป็นอาหารหยาบสดได้ดีแล้ว ยังสามารถนำมาหมักเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามขาดแคลนหญ้าสดได้เช่นเดียวกัน
     
ตารางแสดง ส่วนประกอบทางเคมีของเศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน (% วัตถุแห้ง)
ส่วนประกอบ
ต้นข้าวโพด
เปลือกฝัก
ไหม
วัตถุแห้ง (dry matter)
25.3
18.0
12.4
โปรตีน (crude protein)
8.8 - 9.7
12.6 - 13.5
17.1
เยื่อใยหยาบ (crude fiber)
26.8
21.0 - 21.5
9.7
ไขมัน (ether extract)
0.9
1.0 - 1.8
2.6
เถ้า (Ash)
7.5 - 8.5
5.2 - 5.7
5.9
Nitrogen free extract
55.0
58.3 - 59.4
64.7
ADF
37.2 - 37.4
27.3 -28.7
13.9
NDF
61.7 - 63.6
60.6 - 61.5
38.4
ลิกนิน
3.8 - 4.3
1.6 - 2.5
1.9
แคลเซียม
0.4
0.1
-
ฟอสฟอรัส
0.2
0.4
-
หมายเหตุ (-) หมายถึง ไม่มีข้อมูล

การนำไปใช้
........โคนม โคเนื้อ และแกะ สามารถใช้ต้น หรือเปลือกข้าวโพดฝักอ่อน หรือใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนร่วมกับหญ้าสดเป็นอาหารหยาบได้ หรือใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนหมักร่วมกับข้าวโพดบดเป็นอาหารหยาบในโคเนื้อ จะช่วยให้โคเนื้อมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น
กระต่าย ใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนเป็นอาหารหยาบได้ แต่ต้องให้อาหารข้นเต็มที่ และลูกกระต่ายที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 1 ก.ก. สามารถใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนทดแทนอาหารข้นได้ 25% ของระดับที่กินได้เต็มที่

ข้าวโพดหวาน (Sweet corn)

........ปลูกกันมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม และทางตะวันตกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี สมุทรสาคร อายุเก็บเกี่ยวสั้น เก็บฝักสดเมื่ออายุ 65-80 วัน (ขึ้นอยู่กับพันธุ์) ปลูกได้ดีในช่วงฤดูฝน และสามารถปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีแหล่งน้ำ และดินอุดมสมบูรณ์ดี ข้าวโพดหวาน ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวฝักสด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นข้าวโพดหวานกระป๋อง เช่น ซุปข้าวโพด และเมล็ดข้าวโพดในน้ำเกลือ ต้นที่เหลืออยู่หลังจากเก็บเกี่ยวฝัก แล้วจะยังคงมีใบและลำต้นเป็นสีเขียวอยู่มาก ส่วนของฝักที่นำไปแปรรูปก็จะมีเศษเหลือพวกเปลือก ฝัก ไหม และซังเป็นจำนวนมาก เศษวัสดุเหลือใช้ของข้าวโพดหวานเหล่านี้ สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้
........ต้นข้าวโพดหวานมักจะมีคุณภาพด้อยกว่าต้นข้าวโพดฝักอ่อน เพราะอายุการเก็บเกี่ยวนานกว่า คุณภาพจะอยู่ในช่วงปาน กลาง-ต่ำ มีโปรตีนอยู่ในช่วง 6.5-9.1% เยื่อใยหยาบ 30.5-36% มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม และฟอสฟอรัสอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 0.4% และ0.3% เปลือกฝักจะมีโปรตีน 6.5-7.5% ธาตุแคลเซี่ยมมีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ คือ 0.09-0.4% อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ ส่วนซังข้าวโพดที่เหลือทิ้งจากโรงงานผลิตซุปข้าวโพด ซึ่งจะมีส่วนของเมล็ดติดหลงเหลืออยู่ มีโปรตีนประมาณ 7-8% เยื่อใยหยาบ 23.5% แคลเซี่ยมต่ำ 0.04-0.11% นอกจากนี้ ยังมีเศษเหลือพวกยอด และช่อดอกตัวผู้ของข้าวโพดหวานที่ต้องตัดออกก่อนช่อดอกจะบาน หรือ7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวฝัก เพื่อเร่งให้ฝักโตเร็วขึ้น และลดการแย่งอาหาร ซึ่งส่วนนี้จะมีคุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีนประมาณ 11% เยื่อใยหยาบ 21%

การนำไปใช้
........ต้นข้าวโพดหวานใช้เป็นอาหารหยาบทดแทนหญ้าสดสำหรับโคเนื้อ-โคนมได้ ซังข้าวโพดหวานที่เหลือทิ้งจากการนำไปทำซุปข้าวโพดกระป๋อง ใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับโครีดนมในช่วงฤดูแล้งได้ แต่ซังข้าวโพดเหล่านี้จะมีความชื้นสูง และเกิดเชื้อราได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ การนำไปใช้เลี้ยงสัตว์จึงควรใช้ซังข้าวโพดหวานที่สด และใหม่
........ในกรณีต้องการเก็บถนอมต้นข้าวโพดหวานไว้ สำหรับใช้ในยามขาดแคลนอาหารหยาบ สามารถนำไปหมักได้เช่นเดียวกับการทำหญ้าหมัก และอาจเติมรำละเอียด หรือเมล็ดข้าวโพดบด ในปริมาณ 10% ของน้ำหนักต้นข้าวโพดสด ซึ่งจะช่วยให้ต้นข้าวโพดหมักมีคุณภาพดีขึ้น

ตารางแสดงส่วนประกอบทางเคมีของเศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดหวาน (% วัตถุแห้ง)
ส่วนประกอบ
ต้น
เปลือกฝัก
ยอดและช่อดอกตัวผู้
ซัง
วัตถุแห้ง (dry matter)
22.8
28.0
-
27.5
โปรตีน (crude protein)
6.5 - 9.1
6.53
11.3
7.1 - 8.01
ไขมัน (ether extract)
1.0 - 3.2
1.01
1.63
2.2 - 2.24
เยื่อใยหยาบ(crude fiber)
30.5 - 36.2
36.25
21.4
23.57
Nitrogen free extract (NFE)
47.6
-
40.5
-
เถ้า (Ash)
9.7
-
5.5
-
NDF
68.2 - 69.3
68.19
-
69.3 - 71.8
NDS
-
31.81
-
30.74
ADF
38.2 - 48.1
48.13
-
28.20 - 33.6
ลิกนิน
5.3
-
-
5.6
แคลเซี่ยม
0.4
0.4
-
0.04 - 0.11
ฟอสฟอรัส
0.3
0.33
-
0.3 - 0.33
หมายเหตุ (-) หมายถึง ไม่มีข้อมูล

เอกสารประกอบการเรียบเรียง
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์. 2539. การส่งออกข้าวโพดหวานแช่แข็งและกระป๋อง. รวบรวมโดยฝ่ายข้อมูลส่งเสริมการเกษตร กองแผนงาน กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์. 2539. การส่งออกข้าวโพดฝักอ่อนสดและกระป๋อง. รวบรวมโดยฝ่ายข้อมูลส่งเสริมการเกษตร กองแผนงาน กรมส่งเสริมการเกษตร
จินดา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา. 2539. ข้าวโพดและเศษเหลือจากข้าวโพดเป็นอาหารสัตว์. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 35หน้า
จินดา สนิทวงศ์ฯ สุวิทย์ อินทฤทธิ์ และสถิต มั่งมีชัย. 2541. การใช้ซังข้าวโพดหวานเป็น อาหารหยาบสำหรับโครีดนมในช่วงแล้ง. น.1-11ใน รายงานผลงานวิจัยประจำปี2541. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
จินดา สนิทวงศ์ฯ และอุเทน รุ่งเรือง. 2534. การใช้ต้นและเปลือกข้าวโพดฝักอ่อนเป็นอาหารหลัก ในโคกำลังรีดนม. วารสารเกษตร 7(2) : 95-105.
เฉลิมเกียรติ โภคาวัฒนา ภัสรา ชวประดิษฐ์ และอำภา ตันติสิระ. ไม่ระบุปีพ.ศ. การศึกษาแนวทางการผลิตข้าวโพดหวานเพื่อการแปรรูป. รายงานผลการวิจัย กลุ่มพืชผัก กองส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 41หน้า.
เฉลิมเกียรติ โภคาวัฒนา ภัสรา ชวประดิษฐิ์. 2535. การผลิตข้าวโพดฝักอ่อน. กองส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 24หน้า.
นรินทร์สมบูรณ์สาร. ไม่ระบุปีพ.ศ. ข้าวโพดหวาน. เอกสารวิชาการกลุ่มพืชผัก กองส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 29หน้า.
ประเสริฐ โพธิ์จันทร์ สุมน โพธิ์จันทร์ สถิต มั่งมีชัย เทอด อินทรสมใจ และเสาวคนธ์ โรจนสถิตย์. 2530. ผลการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นการใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนเลี้ยงแกะ. น.265-276.ใน รายงานประจำปี 2529. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.
วารุณี พานิชผล และวลัยกานต์ เจียมเจตจรูญ. 2541. ตารางคุณค่าทางอาหารสัตว์. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 29 หน้า.
ศิริลักษณ์ พรสุขศิริ บุญล้อม ชีวะอิสระกุล และจิตรา ไชยเทพ. 2531. ผลการใช้เปลือกข้าวโพด ฝักอ่อนเปรียบเทียบกับหญ้าขน หรือหญ้าซีตาเรียร่วมกับการให้อาหารข้นเต็มที่ หรือจำกัดอาหารข้นในกระต่ายรุ่น. วารสารเกษตร 4(3) : 194-206.
สถาบันวิจัยพืชไร่. 2536. พันธุ์พืชไร่. เอกสารวิชาการ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 147 หน้า.

 
.ข้อมูล : กองอาหารสัตว์รมปศุสัตว์ >> E-mail address: anddld@a-net.net.th