004

กรมปศุสัตว์หารือ MAFF กระชับความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น หนุนการค้า เพิ่มศักยภาพส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น

ตามนโยบายของศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ ภายใต้การกำกับดูแลการดำเนินงาน ของนายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ MAFF โดยนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายให้ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการเกษตร) เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยดำเนินการ (ด้านการเกษตร) และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร เดินทางเข้าร่วมหารือเพื่อเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าปศุสัตว์กับประเทศญี่ปุ่น โดยได้ร่วมหารือกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries: MAFF) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสุขภาพสัตว์ ระบบการผลิต และการค้าสินค้าปศุสัตว์อย่างยั่งยืน ณ กรุงโตเกียว

นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกับ ดร.โอกิตะ มาซัตสิงุ ผู้อำนวยการสำนักงานสุขภาพสัตว์ และ ดร.มัตสึโอะ คาซูโตชิ หัวหน้าสัตวแพทย์ของญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายได้หารือในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดทำระบบ Notifiable Avian Influenza (NAI) Zoning เพื่อแบ่งเขตพื้นที่ควบคุมโรคไข้หวัดนก สนับสนุนให้ไทยสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกได้ต่อเนื่องแม้มีการระบาดในบางพื้นที่ และการจัดทำระบบคอมพาร์ทเมนต์ปลอดโรคสุกร Swine Disease-Farm Compartment เพื่อขยายตลาดการส่งออกเนื้อสุกรแช่เย็นและแช่แข็ง (เนื้อสุกรดิบ) โดยเสนอระบบฟาร์มที่มีการควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มงวด และการตรวจสอบย้อนกลับได้ภายใต้การควบคุมของสัตวแพทย์ภาครัฐ

ทั้งนี้ หากสามารถเปิดตลาดเนื้อสุกรดิบในญี่ปุ่นได้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยมากกว่าปีละ 10,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ไทยและญี่ปุ่นยังเห็นพ้องในความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การฝึกอบรมสัตวแพทย์ การเฝ้าระวังโรค การจัดทำรายงานสุขภาพสัตว์ และการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ไทยสู่ระดับสากล

ในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปญี่ปุ่นรวมกว่า 85,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ประมาณ 70,000 ล้านบาท อาหารสัตว์เลี้ยง 14,000 ล้านบาท และอื่นๆ เช่น เนื้อสุกรแปรรูป ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์นมประมาณ 1,000 ล้านบาท

ผลการหารือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าปศุสัตว์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าปศุสัตว์ไทยในตลาดโลก./

***********************
ข้อมูล : สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐาน สินค้าปศุสัตว์ และกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ
เรียบเรียงและเผยแพร่ : คณะทำงานโฆษกกรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์
(วันที่ 10 มิถุนายน 2568)


Save
Cookies user preferences
We use cookies to ensure you to get the best experience on our website. If you decline the use of cookies, this website may not function as expected.
Accept all
Decline all
Essential
คุกกี้ประเภทนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของเว็บไซต์ ท่านจำเป็นต้องยอมรับให้เปิดใช้งาน
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของเว็บไซต์ ได้แก่ คุกกี้ที่ทำให้เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่ขั้นพื้นฐาน เช่น การเลื่อนสำรวจหน้าเว็บไซต์ หรือ ทำให้ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์สามารถเข้าสู่ระบบและสามารถเข้าถึงส่วนของเว็บไซต์ที่ถูกสงวนไว้ให้ใช้ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานอย่างถูกต้องได้เลยหากไม่มีการเก็บรวบรวมคุกกี้เหล่านี้
Accept
Functional
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยยอมรับหรือปฏิเสธ คุกกี้ในแต่ละประเภทดังต่อไปนี้
คุกกี้ที่ช่วยเหลือในการทำงาน
คุกกี้ประเภทนี้ อาจถูกติดตั้งไว้โดยผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยเป็นคุกกี้ประเภทที่ทำให้เว็บไซต์สามารถช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้ท่านได้
Accept
Decline
คุกกี้เพื่อประสิทธิภาพ
คุกกี้ประเภทนี้ ทำให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์ที่คุณเข้าใช้งาน สามารถรับรู้ข้อมูลประสิทธิภาพเว็บไซต์ได้ เช่น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ แหล่งที่มาของผู้เข้าชม และหน้าเว็บไซต์ใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหรือน้อยที่สุด เป็นต้น โดยกรมปศุสัตว์จะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านสถิติเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ เท่านั้น
Accept
Decline
คุกกี้เพื่อกำหนดเป้าหมาย
คุกกี้ประเภทนี้ อาจถูกติดตั้งไว้โดยผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เนื่องจากเว็บไซต์กรมปศุสัตว์มีการเชื่อมโยงลิงค์ไปยังเว็บไซต์ภายนอก ซึ่งเว็บไซต์อื่นหรือโซเชียลมีเดียของบุคคลที่สามจะมีการกำหนดและตั้งค่าคุกกี้ขึ้นมาเอง โดยกรมปศุสัตว์ไม่สามารถควบคุมหรือรับผิดชอบต่อคุกกี้เหล่านั้นได้ และขอแนะนำให้ท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกเหล่านั้นด้วย โดยคุกกี้ดังกล่าว จะทำการจัดเก็บข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ของท่าน เช่น ท่านเข้าชมเว็บไซต์ใดบ้าง และเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางลิงก์ใดบ้าง เป็นต้น โดยผู้ให้บริการจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อกำหนดให้เว็บไซต์ และโฆษณาที่ถูกจัดแสดงในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เว็บไซต์ในเครือข่ายพันธมิตรของผู้ให้บริการโฆษณา มีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของท่านมากขึ้น
Accept
Decline